วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การตั้งครรภ์รวมความว่าฤๅ? เกิดรุ่งได้แผนกไร?

การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ตกว่าเช่นไร? เกิดขึ้นได้เหมือนไร?


          การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ สภาพความเป็นอยู่ที่คลอดจากงานถือกำเนิดระหว่างฟองไข่กับสเปอร์ม แล้วไปได้ตัวอ่อนกำเนิดขึ้นไป ในการตั้งครรภ์ที่ปกติตัวเปราะบางจะไปฝังที่เยื่อบุโพรงมดลูก จากนั้นร่างกายอ่อนนิ่มซึ่งมีเซลล์เดียว ก็จะพิภัชตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่างๆ และเจริญเป็นเด็กแดงต่อไป ซึ่งโดยทั่วไป ในผู้หญิงปกติที่มีประจำรัชนีกรทุกๆประมาณ 4 สัปดาห์ จะมีอายุครรภ์กะ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน นับจากวันปฐมของการมีประจำเดือนงวดล่าสุด

อะไรคือครรภ์เสี่ยงสูง?

          ครรภ์เสี่ยงสูง คือ ภาวการณ์ตั้งครรภ์ที่อาจเกิดอันตรายต่อมารดาด้วยกันหรือต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น การที่มารดามีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคออโตอิมมูน/โรคภูมิต้านตนเอง และ โรคมะเร็ง ซึ่งการตั้งครรภ์อาจส่งผลให้โรคของมารดาที่ตั้งครรภ์แย่ลง และคงส่งผลน่ากลัวต่อทารกในครรภ์ด้วย
สาเหตุที่ทำให้การตั้งครรภ์มีเหตุเสี่ยงสูงที่พบบ่อย คือ
มาตุรงค์มีอายุน้อย (น้อยกว่า 15 ปี) หรือ อายุมาก (มากกว่า 35 ปี)
มารดา อ้วน ความหนักเบาตัวเหลือ หรือผอมมาก หรือมีโรคประจำตัวกินเวลาเช่นดังกล่าวแล้ว
มาตุเรศมีประวัติการตั้งครรภ์ผิดปกติมาก่อน เช่น แท้ง หรือการคลอดก่อนกำหนด

การตั้งครรภ์มีกี่ระยะ? แต่ละระยะมีอาการอย่างไร?

ในทางการแพทย์นั้น การตั้งครรภ์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ นั่นคือ ระยะที่มีการตั้งครรภ์ ระยะที่มีการเจ็บครรภ์คลอด และ ระยะหลังคลอด
ระยะที่มีการตั้งครรภ์
ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจจะมีสภาพคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการตอนเช้า รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ ท่าจะดีขึ้นเมื่อพ้นช่วง 3เดือนแรกไปแล้ว ข้างนอกจากนั้นอาจจะมีอาการอ่อนเพลีย ท้องผูกได้บ้างในบางคน
เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นประมาณ 20 สัปดาห์ จะรู้สึกได้ถึงการดิ้นของทารก ผู้หญิงตั้ง ครรภ์ควรที่จะต้องสังเกตการดิ้นของทารกในครรภ์ทุกวันเพื่อดูว่าทารกในครรภ์ยังมีชีวิตดีอยู่หรือไม่ (ซึ่งถ้าสงสัยเด็กดิ้นผิดปกติ เช่น ดิ้นลดลง หรือไม่ดิ้น ต้องรีบพบสูตินรีแพทย์) นอก จากนั้นอาจพบว่ามีการบวมที่ขาทั้งสองข้างได้เล็กน้อย
ตอนที่มีการเจ็บครรภ์คลอด จะมีท่าทางต่างๆดังนี้
o อาการเจ็บครรภ์คลอด จะมีลักษณะปวดทั่วท้องทั้งหมด ท้อง/มดลูกถิรเกร็งเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก โดยการวางท่าปวดจะบีบและคลายเป็นพักๆสม่ำเสมออย่างน้อย 10 นาทีต่อครั้ง ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่เอวร่วมด้วย
o มีมูกปนเชื้อสายออกทางช่องคลอด ซึ่งแสดงว่ามีการเริ่มเปิดของปากมดลูก พร้อมที่จะคลอดแล้ว
o การมีสาครเดิน คือ การมีน้ำใสใสไหลออกทางช่องคลอด กลั้นไม่ได้เหมือนปัสสาวะ ทั้งนี้เกิดจากถุงน้ำคร่ำแตก
ระยะหลังคลอด
ในยุคสมัยหลังคลอดจะยังคงมีเลือดไหลออกทางช่องคลอดในปริมาณไม่มาก ซึ่งเรียกว่าน้ำคาวปลา ในช่วงแรกจะมีสีแดงสด จากนั้นจะค่อยๆจางลงเป็นสีน้ำตาล และเปลี่ยน เป็นสีใสๆ โดยน้ำคาวปลาควรจะหมดภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าน้ำคาวปลาผิดปกติ เช่น เป็นเลือดสดตลอดเวลา หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือเมื่อผ่านระยะเวลานี้ไปแล้วยังคงมีน้ำคาวปลาอยู่ เหมาะรีบจดกันสูตินรีเวช เพราะศักยมีการติดเชื้อในมดลูก หรืออาจมีรกค้างอยู่ได้
การมีอาการปวดบริเวณท้องบางตาบีบเป็นพักๆ โดยอิริยาบถจะเกิดขึ้นคราวมารดาให้นมบุตร อาการที่บังเกิดขึ้นเป็นภาวะปกติ แสดงว่ามดลูกกำลังหดตัวเข้าสู่อุ้งเชิงกราน
การขับปัสสาวะหลังคลอด ในช่วง 2-3 วันปฐมภูมิ ปริมาณปัสสาวะที่ออกจะให้กำเนิดมาก กว่าปกติ เนื่องจากร่างกายขับน้ำส่วนเกินที่คลอดจากการตั้งครรภ์ออกจากร่างกาย
ภายหลังคลอดอาจเกิดอาการผิดปกติทางข้างจิตใจได้ เช่น อาการมัวเมียเศร้า วิตกกังวล ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจาก ปัญหาความสับสนในบทบาทของมารดา และภรรยา โดยอาการจะค่อยๆกลับเป็นปกติภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการเหล่านี้เรื้อรัง ควรรีบพบสูตินรีแพทย์

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์?

อาการที่แสดงว่าอาจมีการตั้งครรภ์ คือ
1. ประจำเดือนขาด
2. คลื่นไส้ อาเจียน มักมีอาการช่วงเช้า หรือมีอาการมากในช่วงเช้า
3. โหยภักษ์แปลกๆ
4. เล็กเพลีย ความรู้สึกผันแปรปรวน
5. อาจเจ็บปวดเกศบ่อยขึ้น แต่ไม่เถื่อน
6. กอบด้วยการพลิกผันแปลงของเต้านม เต้านมและหัวนมขยายใหญ่ขึ้น อาจรู้สึกเจ็บเต้านมและหัวนม
7. ปัสสาวะบ่อยๆ เพราะขนาดมดลูกโตขึ้นจึงกดเบียดทับกระเพาะปัสสาวะ กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
ในกรณีที่มีอาการดังกล่าวและสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ อาจตรวจยืนยันการตั้งครรภ์เองโดยการไปซื้อแถบตรวจปัสสาวะดูการตั้งครรภ์จากร้านขายยาขนาดใหญ่ มาตรวจ ซึ่งหลังจากจุ่มแถบตรวจกับปัสสาวะ ถ้าพบว่าแถบขึ้น 2 ขีด แสดงว่า มีการตั้งครรภ์ในกรณีที่ไม่แน่ใจ ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์

แพทย์พิจารณาได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์?

คุณหมอจะทำการวินิจฉัยว่าตั้งครรภ์โดยดูจาก ประวัติอาการ ประวัติเพศสัมพันธ์ ประวัติขาดประจำเดือน การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน และมีการยืนยันผลการตรวจค้นโดยการนำลงพระบังคนเบาไปสืบสวนดูการตั้งครรภ์

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์พึงจะพบพยาบาลเมื่อไร?

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรรีบคลาไคลพบแพทย์ทันการที่เป็นไปได้เพื่อจะได้ทำการฝากครรภ์ ประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอน ประเมินว่ามีภาวะเสี่ยงในการตั้งครรภ์หรือไม่ นอกจากนั้นยังมีการตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) หรือไม่ รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียด้วยเพื่อการดูแลทารกตั้งแต่ในครรภ์

จะเลี้ยงดูตัวเองอย่างไรเมื่อตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ ที่ยิ่งใหญ่ คือ
การรับประทานอาหาร หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับประทานอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน ไม่มีอาหารที่ต้องงด ควรได้รับธาตุเหล็กเสริมระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อมาฝากครรภ์ หญิงตั้งครรภ์จะได้รับธาตุเหล็กในรูปยาเม็ด และควรรับประทานวันละเม็ดตลอดการตั้งครรภ์
การออกกำลังกาย หญิงตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ ถ้าไม่มีอาการเหนื่อยเกินไปหรือเป็นการออกกำลังกายชนิดที่เกิดอันตราย
การทำงาน ควรหลีกเลี่ยงงานที่ต้องออกกำลังมาก ไม่ควรทำงานต่อเนื่องจนเกิดอา การเหนื่อยมาก ควรมีเวลาพักระหว่างวัน หญิงตั้งครรภ์ที่เคยคลอดบุตรน้ำหนักน้อยมาก่อนควรจำกัดการทำงานไม่ให้มากเกินไป
การเดินทาง หญิงตั้งครรภ์สามารถเดินทางได้ แต่มีข้อควรปฏิบัติคือ ควรมีโอกาสลุกเดินบ้างทุก 2-3 ชั่วโมง กรณีที่นั่งรถยนต์ควรใช้เข็มขัดนิรภัยอย่างเคร่งครัด
การเลือกใช้เสื้อผ้า ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น
งานขับรถคัดลอกอุจจาระตั้งครรภ์ผูก และมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารหนักได้มากขึ้น จึงควรพยายามป้องกันไม่ให้ท้องผูก โดยถองน้ำให้มากครั้น รับมอบให้อาหารที่มีใยอาหารมากขึ้น (ผักและผลไม้) และออกกำลังกายพอสมควร หญิงตั้งครรภ์มักมีอาการ
การดูแลสุขภาพฟัน หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจสุขภาพฟันจากทันตแพทย์ และถ้ามีปัญหาก็ทำการรักษาได้ตามที่ทันตแพทย์เห็นสมควร
การกอบด้วยเพศสัมพันธ์ สามารถมีเพศเกี่ยวข้องได้ตามปกติ ยกเว้นในช่วงโสมสุดตอนหลังของการตั้งครรภ์
การสูบบุหรี่ หญิงตั้งครรภ์และสวามีควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากมีผลต่อน้ำหนักตัวของทารกในครรภ์
การดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มสุรา/แอลกอฮอล์ในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากสุราจะทำให้ชาตะวิสัยที่เป็นไปแรกเกิดเจริญเติบโตช้า ปัญญาอ่อน หรืออาจจะมีรูปแบบพิกลพิการแต่กำเนิดได้


ข้อห้ามขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
          ข้อห้ามประธานครั้นตั้งครรภ์ คือ การใช้ยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยขณะตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เนื่องจากยาบางอย่างอาจส่งผลให้ทารกพิการได้
          นอกผละนั้น ภายในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์มีความเจ็บไข้ประจำตัว ชุมนุมกันทั้งโรคธาลัสซีเมีย จำต้องรีบไปวานครรภ์เพื่อตีค่าความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ว่า การตั้งครรภ์จะส่งผลต่อมารดาและทารกในครรภ์หรือไม่


อ่านเรื่องการตั้งครรภ์เพิ่มเติมได้ที่ : http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น